ชาวพุทธไทยคนแรก ในกองทัพบกอเมริกา !!!

#อนุศาสนาจารย์ชาวพุทธไทยคนแรกที่เป็นทหารกองประจำการกองทัพบกอเมริกา เรื่องจริงของทหารอเมริกาเชื้อสายไทยอีสานท่านนั้นคือ ร้อยเอก สมญา มาลาศรี 


....บทสัมภาษณ์....

...ผมชื่อสมญา มาลาศรี เกิดที่บ้านนาศรีนวล ต.บุโพธิ์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ครอบครัวผมมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ผมเป็นคนที่ 4 ผมเกิดในครอบครัวชาวนา ซึ่งก็เหมือนกับชาวนาทางภาคอีสานของประเทศไทย นั่นคือ ยากจน เนื่องจากทางบ้านมีพี่น้องหลายคน 

...หลังจากจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ก็ไม่ได้เรียนต่อ ทั้งๆที่ผมเรียนค่อนข้างดีมาตลอด ผมแอบร้องไห้บ่อยมากที่เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันได้ไปเรียนต่อ ที่โรงเรียนมัธยมประจำตำบล โดยเพื่อนหลายๆคน ปั่นจักรยานหยอกล้อกันไปด้วย ผ่านหน้าบ้านทั้งเช้าเย็น ช่างมีความสุขเหลือเกิน ผมเห็นเพื่อนๆเหล่านั้นแล้วได้แต่แอบร้องไห้ อยากจะไปเรียนต่อมากๆ แต่ว่าไม่สามารถไปเรียนต่อได้ เพราะว่าทางบ้านไม่สามารถส่งเรียนต่อระดับมัธยมได้


...ก่อนจบประถมคุณครูได้ถามว่าอยากเป็นอะไรในอนาคต ผมจำได้เหมือนกับคุณครูเพิ่งถามเมื่อวานนี้เอง ผมได้ลุกขึ้นตอบอย่างรวดเร็วว่า โตขึ้นผมอยากเป็นทหาร ผมได้แต่ฝันแค่นั้น เพราะว่าการเป็นทหารนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับลูกชาวนาจนๆอย่างผม 

...เมื่อจบประถมปีที่หกแล้ว แม่ได้ส่งผมไปทำงานเป็นเด็กซ่อมรถในเมืองบุรีรัมย์ โดยมีพี่ชายลูกชายของน้าเป็นนายช่างใหญ่อยู่ที่นั่น ผมไม่เคยออกจากบ้านไปไกลๆเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ออกเดินทางไกลจากพ่อแม่ ผมร้องไห้บ่อยมากเพราะว่าคิดถึงบ้าน และอาหารของคนในเมืองนั้นกินไม่เหมือนอาหารบ้านเรา ผมกินผัดไทยครั้งแรก กินไม่เป็น อาเจียนออกมาหมด 


...ผมทำงานไม่มีวันหยุด ทำตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนถึงเย็น บางวันมีรถมาซ่อมมากก็อยู่ไปจนดึก บางครั้งอยู่เลยเที่ยงคืนก็มี ผมได้เงินเดือน เดือนละ 30 บาท กินอยู่กับเจ้านาย ผมดีใจมากที่ได้เงินเดือน มากขนาดนี้ เพราะว่าผมไม่เคยได้เงินมากขนาดนี้มาก่อนเลย

 ผมจำได้ว่าเก็บเงินส่งให้แม่ได้ เป็นเด็กซ่อมรถอยู่ปีกว่าๆ ผมออกไปทำงานที่กรุงเทพกับน้า ไปทำงานโรงฟอกหนังที่สมุทรปราการ ไปทำโรงงานยาง ที่บางขุนเทียน ไปทำงานก่อสร้างที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ แถวเพชรเกษม ได้ค่าแรงวันละ 60 บาท ช่วงทำงานที่กรุงเทพนั้น ผมก็เกเร กินเหล้า ตามประสาวัยรุ่น 


...สมัยนั้น ผมทำงานหลายที่หลายงานที่กรุงเทพ วันหนึ่งผมกลับบ้านมาเยี่ยมแม่เพราะว่าแม่ไม่สบาย เนื่องจากหลายปีก่อนพี่สาวผมฆ่าตัวตาย แล้วผมก็มีนิสัยเกเร แม่เสียใจมากป่วยเป็นโรคจิต ผมกลับมาเยี่ยมบ้าน เห็นสภาพแม่แล้วก็เลยรับปากแม่ว่าจะบวชให้แม่

 ตอนนั้นผมอายุประมาณ 16 ปี ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ตั้งใจว่าจะบวชสักระยะหนึ่งให้แม่สบายใจแล้วก็จะสึก อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมอยากบวชคือน้องชายย่าเคยบวชได้เป็นมหาแล้ว สึกออกมารับราชการเป็นครูจนได้เป็นครูใหญ่ ลึกๆแล้วปู่มหา มีอิทธิพลต่อผมไม่น้อยตอนเป็นเด็ก 


...ผมบวชเป็นสามเณรอายุ 16 ปี บวชแล้วได้เรียน นักธรรม บาลี ทำให้ผมมีความสุขกับการเรียนมาก เพราะว่าลึกๆแล้วผมรักการเรียนมาก แต่ฐานะทางบ้านไม่สามารถส่งเรียนต่อได้ พอได้บวชเป็นสามเณรแล้วได้เรียนต่อ ผมมีความสุขมากๆ ตอนแรกว่าจะบวชประมาณหกเดือน ให้แม่สบายใจ แต่หลังจากได้เรียนต่อแล้ว ผมลืมวันสึกเลย ได้ไปเรียนบาลีที่วัดในวัง พระอารามหลวง ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา และที่วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 

ผมได้อุปสมบทเป็นพระที่วัดแก้วโกรวาราม จ.กระบี่ พร้อมกับสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ที่วัดแก้วโกรวาราม จ.กระบี่ หลังจากนั้นได้ย้ายมาประจำวัดที่วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมาราม แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ (ตลาดพลู) พร้อมกันนั้น ได้เรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.รุ่น 46) เรียนห้องเดียวกันกับท่านพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต 


...หลังจากเรียนจบที่ มจร. แล้ว ผมได้ไปสมัครเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อบรมเสร็จแล้วผมได้ไปอยู่ที่วัดสันติธรรมาราม เมืองโคโรลาโดสปริงส์ รัฐโคโรลาโด ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ย้ายไปอยู่ที่วัดธรรมคุณาราม เมืองเลตัน รัฐยูท่าห์ ผมเรียนต่อภาษาอังกฤษ เพิ่มเติมที่เมืองเลตัน จนจบหลักสูตร ESL ผมได้เรียนการศึกษานอกโรงเรียน (GED) ผมสอบเทียบได้เท่ากับมัธยมปีที่หก 

...ขณะที่ผมอยู่ที่วัดธรรมคุณาราม มีทหารชาวพุทธได้มาไหว้พระที่วัด ได้คุยกับทหารท่านนี้ หลังจากคุยกันทำให้ได้หวนระลึกถึงเมื่อตอนเป็นเด็กว่าอยากเป็นทหาร ผมได้ย้ายมาอยู่วัดที่ลาสเวกัส ก็ได้มีทหารชาวพุทธมาเยี่ยมที่วัดด้วย ทำให้ผมได้รู้ว่ามีตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ สำหรับชาวพุทธด้วย ผมได้กลับไปเมืองไทย ได้ลาสิกขาบท และได้กลับมาสมัครเป็นอนุศาสนาจารย์  เพราะว่าผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับทหารเลย และต้องรอหนังสือรับรองการสมัครเป็นอนุศาสนาจารย์ จากพุทธสมาคมแห่งสหรัฐอเมริกาก่อน จึงจะสมัครเป็นอนุศาสนาจารย์ได้ 


...ผมได้ไปสอบทหาร สอบได้เป็นนายสิบโทเลยเพราะว่าจบปริญญาตรีแล้ว ผมได้เลือกลงในแผนกทำอาหาร ได้ไปฝึกทหารครั้งแรกที่ค่าย ฟอร์ท แจ๊คสัน รัฐเซาท์ แคโรไลน่า หลักจากฝึกจบหลักสูตรแล้ว ได้ไปประจำการที่ ฮาวาย อยู่ฮาวาย ได้ปีกว่า ผมได้หนังสือรับรองจาก พุทธสมาคมแห่งสหรัฐอเมริกา 

...ผมจึงได้ลาไปเรียนต่อปริญญาโท ทางด้านพุทธศาสนา ที่มหาวิทยาลัย University of the West ที่เมือง Los Angeles California ในปีเดียวกันนั้นผมก็ได้ติดยศเป็นร้อยตรี ผมเรียนต่อปริญญาโททางพุทธศาสนา อยู่สามปีครึ่งก็จบหลักสูตร 

...ผมได้กลับเข้าไปประจำการเป็นอนุศาสนาจารย์ ชาวพุทธคนแรก ที่ทหารกองประจำการในเดือนตุลาคม 2010 โดยได้ไปประจำการที่ค่าย ฟอร์ท หลุยส์ เมืองทาโคม่า รัฐวอชิงตัน 


...โดยงานหลักที่ประจำคือ ให้คำปรึกษาแก่ทหารที่มีปัญหา เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต ความเครียด พูดง่ายๆ คือ ถ้าทหารมีปัญหาให้มาหา อนุศาสนาจารย์ ประมาณ 60 % ของงานที่ผมทำ คือ ให้คำปรึกษา โดยใช้หลักธรรมทางศาสนาเป็นหลัก  ผมได้สอนสมาธิและไหว้พระสวดมนต์ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 6 โมงเย็น  และสอนสมาธิในเรือนจำทหาร ทุกวันพุธ 

...นอกจากนั้น ก็ได้จัดกิจกรรมสำคัญ เช่น วันวิสาขบูชา วันสงกรานต์ ในค่ายทหารด้วย และได้อบรมทหารและครอบครัว และจัดคอร์สสมาธิเบื้องต้น ในค่ายด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากทหารและครอบครัวทหารเป็นอย่างดี 

...ปัจจุบันผมประจำการอยู่ ค่ายฟอร์ท หลุยส์

-เรื่องเล่าดั่งนิยาย แต่กลับกลายเป็นจริงของคนๆ หนึ่งที่สู้ชีวิตจนเป็นนายทหาร ตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ ชาวพุทธไทยคนแรก ในกองทัพบกอเมริกา-

23 มีนาคม 2558

ออกอากาศทางช่อง 3 family วันที่ 6 เมษายน 2558
https://m.youtube.com/watch?v=6VIeaqZCilI&feature=youtube_gdata_player
==================================
https://youtu.be/6VIeaqZCilI
ชาวพุทธไทยคนแรก ในกองทัพบกอเมริกา !!! ชาวพุทธไทยคนแรก ในกองทัพบกอเมริกา !!! Reviewed by Numjai Pimsuy on 03:36 Rating: 5

3 ความคิดเห็น:

  1. อยู่ที่ใจ ใกล้ไกลใจไปถึง..นี้คือความจริง

    ตอบลบ
  2. เคยออกคู่สร้างคู่สม

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.