วันมาฆบูชา "วันจาตุรงคสันนิบาต"

วันมาฆบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ 

ตรงกับวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 

       คำว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน ๓ ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดียหรือเดือน ๓ ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่พระภิกษุสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย โดยมีเนื้อหาว่า 
"ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์"
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ และวิธีการ ๖ ดังนี้
หลักการ ๓  ได้แก่          
๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิกทำบาปทั้งปวง 
๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตามกุศลกรรมบท 10 ทั้งความดีทางกาย ความดีทางวาจา และความดีทางใจ
๓. การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่ขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสังสัย
อุดมการณ์ ๔ ได้แก่
๑. ความอดทน อดกลั้น คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
๒. ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
๓. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
๔. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
วิธีการ ๖ ได้แก่
๑. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
๒. ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
๓. สำรวมในปาติโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
. รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
. อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
๖. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี 
video
        ดังนั้นเราในฐานะพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งโลกควรที่จะลด ละ เลิกอกุศลทุกชนิดหมั่นสร้างแต่คุณความดีให้เพิ่มพูนและในวาระโอกาสวันมาฆบูชาที่จะถึงนี้ขอเชิญทุกท่านชักชวนหมู่ญาติอันที่รักมาวัดเพื่อร่วมจุดโคมมาฆประทีปเป็นพุทธบูชาโดยพร้อมเพียงกัน
***ขอความรุ่งเรืองในธรรมจงมีแด่ทุกท่านเทอญ...
วันมาฆบูชา "วันจาตุรงคสันนิบาต" วันมาฆบูชา  "วันจาตุรงคสันนิบาต" Reviewed by Numjai Pimsuy on 02:04 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.